ธุรกิจชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ทดแทน(REM) ดาวเด่นท่ามกลางความผันผวน
จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว กำลังซื้อที่ลดลง และหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ประกอบกับความเข้มงวดที่มากขึ้นของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อรถยนต์ใหม่ ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนชะลอการซื้อรถใหม่ ส่งผลให้ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกดูไม่ค่อยสดใสเท่าไรนัก
อย่างไรก็ตาม แม้ยอดจำหน่ายรถยนต์ทั่วโลกชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง แต่ธุรกิจหนึ่งกลับเติบโตสวนกระแสได้ และกลายเป็นหนึ่งในธุรกิจดาวเด่นที่น่าจับตามอง นั่นก็คือ “ชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ทดแทน” (Replacement Equipment Manufacturing: REM)
สาเหตุมาจากปัจจัยทางเศรษฐกิจข้างต้น ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนเลือก “ซ่อมบำรุง” แทน “การซื้อรถใหม่” ความต้องการชิ้นส่วนอะไหล่เพื่อการทดแทนจึงเพิ่มขึ้น ตามจำนวนรถยนต์ในตลาดที่มีอายุการใช้งานมากขึ้นนั่นเอง
ทั้งนี้ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2564-2566) การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์มีการเติบโตที่ดี คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ย 7.8% ต่อปี โดยมีโครงสร้างตลาดเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 71% และผลิตเพื่อการส่งออกอีก 29%
ที่น่าสนใจคือสำหรับตลาดชิ้นส่วนยานยนต์ที่เป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายภายในประเทศ มีสัดส่วนราว 30-40% ที่เป็นการผลิตชิ้นส่วนเพื่อการประกอบยานยนต์ที่เป็นรถใหม่ (Original Equipment Manufacturer: OEM) และอีกราว 60-70% เป็นชิ้นส่วนทดแทนหรืออะไหล่ยานยนต์ (Replacement Equipment Manufacturer: REM)
จะเห็นได้ว่าสัดส่วน REM ในประเทศไทยนั้น สูงกว่า OEM อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นผลมาจากการเน้นการซ่อมบำรุงรถยนต์เก่าแทนการซื้อรถใหม่มากขึ้น และปริมาณการผลิตรถยนต์และจักรยานยนต์ที่ลดลงตามภาวะอุตสาหกรรม 