ทำความรู้จัก DR: ทางเลือกใหม่กระจายพอร์ตการลงทุน
เพราะโอกาสลงทุนไม่มีข้อจำกัด ฉะนั้นการลงทุนในตลาดต่างประเทศจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่อาจจะติดกับข้อจำกัดในเรื่องของการเปิดบัญชี การแลกเปลี่ยนเงินตรา หรือเรื่องภาษี
บทความนี้ เราจึงพามาทำความรู้จักกับ “ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ” หรือ “Depositary Receipt” (DR) เครื่องมือการลงทุนที่ช่วยให้นักลงทุนไทยสามารถเข้าถึงหลักทรัพย์ต่างประเทศได้ง่ายขึ้นราวกับลงทุนในหุ้นไทย ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อกระจายพอร์ตการลงทุนและสร้างโอกาสการเติบโต
ทำความเข้าใจในแบบง่ายๆ ว่า DR คืออะไร
“DR” ย่อมาจาก Depositary Receipt หรือ ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ เป็นหลักทรัพย์ประเภทหนึ่งที่จดทะเบียนและซื้อขายได้เหมือนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยผู้ออก DR (มักจะเป็นบริษัทหลักทรัพย์หรือธนาคาร) จะเป็นผู้ไปซื้อหุ้นหรือหน่วยลงทุนต่างประเทศ (เช่น หุ้นรายตัว, ETF, REIT, Infra Fund) มาเก็บไว้ แล้วออก DR เพื่อให้ผู้ลงทุนไทยสามารถซื้อขายได้ด้วยสกุลเงินบาท โดยผู้ถือ DR จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เสมือนลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศนั้นๆ โดยตรง นอกจากนี้ ยังมี DR ที่อ้างอิงกับสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคำ, น้ำมัน เป็นต้น
หรือเปรียบเทียบง่าย ๆ ว่า DR เป็นเสมือนใบรับฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ ที่ทำให้นักลงทุนไทยสามารถลงทุนในหุ้นต่างประเทศได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเปิดบัญชีต่างประเทศ ไม่ต้องแปลงสกุลเงิน และได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เหมือนการลงทุนโดยตรง
ทั้งนี้ DR ของไทยแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
(1) DR แบบฝาก คือ ตราสารแสดงสิทธิของผู้ฝากทรัพย์สิน ซึ่งมีทรัพย์สินที่ฝากเป็นหลักทรัพย์ต่างประเทศ ก็คือผู้ลงทุนได้ฝากการลงทุนต่างประเทศไว้ ดังนั้น อัตราส่วนของ DR กับ underlying asset ต้องเท่ากับ 1 : 1 เท่านั้น ไม่สามารถแตกหน่วยย่อยของ DR ได้
(2) DR แบบอ้างอิงสิทธิ คือ ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิง ซึ่งมีหลักทรัพย์อ้างอิงเป็นหลักทรัพย์ต่างประเทศ มีการอ้างอิงสิทธิในผลประโยชน์ สามารถกำหนดในอัตราส่วน 1 : 1 หรือไม่ก็ได้ เช่น 1 หน่วย underlying asset : 100 หน่วย DR เป็นต้น
ประโยชน์การลงทุนใน DR
1.) เข้าถึงการลงทุนตลาดต่างประเทศง่ายขึ้น: สามารถลงทุนในบริษัทชั้นนำระดับโลก หรือ ETF ที่ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรมในต่างประเทศได้ โดยใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ที่มีอยู่แล้วในประเทศไทย ไม่ต้องยุ่งยากกับการเปิดบัญชีต่างประเทศ
2.) ซื้อขายด้วยเงินบาท: หมดปัญหาเรื่องการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรือความกังวลเรื่องค่าธรรมเนียมการโอนเงิน ทำให้การลงทุนเป็นเรื่องง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น
3.) ลดความซับซ้อนเรื่องภาษี: การลงทุนใน DR จะมีข้อกำหนดเรื่องภาษีที่ชัดเจนและคล้ายคลึงกับการลงทุนในหุ้นไทย ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องความซับซ้อนในการจัดการภาษีจากต่างประเทศ
4.) กระจายความเสี่ยง: ช่วยกระจายพอร์ตการลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่หลากหลายขึ้น ช่วยลดความผันผวนของพอร์ตโดยรวม และเพิ่มโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้นจากเศรษฐกิจและการเติบโตของบริษัทในต่างประเทศ
5.) รับสิทธิประโยชน์เสมือนจริง: ผู้ถือ DR จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เสมือนการถือครองหลักทรัพย์อ้างอิงโดยตรง เช่น เงินปันผล และผลกำไรจากส่วนต่างราคา
เริ่มลงทุนใน DR ต้องทำอย่างไร
เปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์: หากมีบัญชีอยู่แล้วสามารถใช้ได้เลย หากยังไม่มี สามารถติดต่อบริษัทหลักทรัพย์ที่ต้องการ
ศึกษาข้อมูล DR ที่สนใจ: ศึกษาหนังสือชี้ชวนของ DR แต่ละตัวอย่างละเอียด ทำความเข้าใจหลักทรัพย์อ้างอิง ผลตอบแทน ความเสี่ยง และอัตราส่วน DR ต่อหลักทรัพย์อ้างอิง
ส่งคำสั่งซื้อขาย: สามารถส่งคำสั่งซื้อขาย DR ได้เหมือนกับการซื้อขายหุ้นไทยทั่วไปผ่านแพลตฟอร์มของโบรกเกอร์ที่ท่านใช้บริการ โดยใช้ชื่อย่อ DR ที่ระบุ ทั้งนี้ สำหรับท่านที่ไม่เคยลงทุน จะมาแนะนำวิธีการและเงื่อนไขการส่งคำสั่งซื้อขาย DR ที่ทำได้ง่าย ๆ เริ่มต้นจาก
- ส่งคำสั่งซื้อขายเหมือนหุ้น โดยจะได้จับคู่คำสั่งซื้อขายตามหลัก Price Then Time Priority
- ราคาสูงสุด – ราคาต่ำสุดในแต่ละวัน ไม่เกิน 30 % ของราคาปิดวันทำการก่อนหน้า
- หน่วยการซื้อขายขั้นต่ำ 1 Board Lot เท่ากับ 1 DR
- ช่วงราคาซื้อขาย (Tick Size) เหมือนหุ้นสามัญ
DR ถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมทางการลงทุนที่เปิดประตูให้นักลงทุนไทยสามารถเข้าถึงโอกาสในการสร้างความมั่งคั่งจากตลาดต่างประเทศได้ง่ายขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยความสะดวกในการซื้อขายด้วยเงินบาท การลดความซับซ้อนด้านภาษี และโอกาสในการกระจายพอร์ตการลงทุน
อย่างไรก็ตาม
การลงทุนทุกประเภท การทำความเข้าใจในลักษณะของผลิตภัณฑ์ ประโยชน์ และความเสี่ยงต่างๆ อย่างถ่องแท้ จะเป็นกุญแจสำคัญสู่การลงทุนที่ประสบความสำเร็จ
