‘Loud Budgeting’ เทรนด์การเงินที่เปลี่ยนวิธีพูดเรื่องเงินของคนรุ่นใหม่

หลังจากเทรนด์ Quiet Luxury เคยครองโลกโซเชียลอยู่พักใหญ่ ทุกคนแข่งกันแต่งตัวดูแพงแบบไม่ต้องโชว์โลโก้ แต่คนในวงการรู้กันดีว่าราคาไม่ได้ธรรมดาเลย แต่แล้วกระแสก็พลิกไปอีกขั้ว กลายเป็น Loud Budgeting หรือแนวคิดที่บอกว่า การประกาศดัง ๆ ว่า "ฉันเลือกจะไม่ใช้เงิน" นั้นก็เท่ได้ไม่แพ้กัน! 

 

โดยคนจุดกระแสนี้คือ Lukas Battle นักแสดงตลกและนักเขียนบน TikTok ที่โพสต์วิดีโอเรื่องสิ่งที่เขาจะทำและจะไม่ทำในชีวิต แล้วหยอดคำว่า Loud Budgeting เข้าไป ซึ่งวิดีโอนั้นมีคนดูไปกว่าล้านครั้งและจุดติดจนเป็นกระแสการเงินที่ใคร ๆ ก็พูดถึง ซึ่ง Battle นิยาม Loud Budgeting ไว้สั้น ๆ ว่า มันไม่ใช่การบอกว่า "ไม่มีเงินพอ" แต่คือการบอกว่า "ไม่อยากจ่าย"  

 

สองประโยคนี้อาจฟังดูคล้ายกัน แต่ให้ความรู้สึกต่างกันอย่างมาก เพราะปกติเวลาเพื่อนชวนไปกินข้าวหรือไปทริป คนส่วนใหญ่มักหาข้ออ้างอื่นมาปฏิเสธ แทนที่จะบอกตรง ๆ ว่าไม่อยากเสียเงิน และ Loud Budgeting ก้เข้ามาให้นิยามกับสิ่งที่หลายคนอยากทำอยู่แล้ว แต่ไม่เคยกล้าพูดออกมา 

 

จุดที่ทำให้ Loud Budgeting ไม่ใช่แค่แฮชแท็กที่ผ่านมาแล้วผ่านไป คือการที่มันสร้างระบบขึ้นมาด้วย เพราะเมื่อกล้าบอกเพื่อนว่ากำลังตั้งใจเก็บเงิน เพื่อนก็จะไม่ชวนไปทำอะไรที่ต้องจ่ายแพง ๆ แทนที่จะกดดันกันไปมา กลับกลายเป็นว่าทุกคนเข้าใจและพร้อมปรับตัวให้ ซึ่งตอนนี้อินฟลูเอนเซอร์หลายคนก็ทำคอนเทนต์สอนวิธีปฏิเสธการใช้เงินแบบไม่ทำให้ใครเสียใจ และบางคนถึงกับเขียนสคริปต์สำเร็จรูปให้เอาไปใช้ได้เลย  

 

ขณะเดียวกัน ก็มีมุมมองจากอีกฝั่งที่น่าสนใจ โดย Elizabeth Schwab นักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม มองว่าเทรนด์นี้ช่วยลดความอายในการพูดเรื่องเงินได้จริง แต่ถ้าใครเอาไปใช้แบบสุดโต่ง ตัดทุกกิจกรรมที่ต้องใช้จ่ายเงินออกหมด ก็อาจกระทบทั้งความสัมพันธ์และสุขภาพจิตได้ไม่น้อย ดังนั้น ทางที่ดีกว่าคือหาจุดพอดี โดยไม่จำเป็นต้องตัดขาดจากทุกอย่าง 

 

สุดท้ายนี้ Loud Budgeting อาจไม่ได้ทำให้ใครรวยขึ้นได้ภายในชั่วข้ามคืน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าแนวคิดนี้ได้เปลี่ยนวิธีที่คนพูดเรื่องเงินกันไปพอสมควร อย่างน้อยมันก็ทำให้การบอกว่า "ไม่อยากจ่าย" เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องน่าอาย และบางทีแค่นั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแล้ว