มองศักยภาพธุรกิจโรงแรมในย่าน ‘CBD กรุงเทพฯ’ โอกาสท่ามกลางความท้าทายของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
มองศักยภาพธุรกิจโรงแรมในย่าน ‘CBD กรุงเทพฯ’ โอกาสท่ามกลางความท้าทายของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
2568 เป็นอีกปีที่ท้าทายของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนของตลาดนักท่องเที่ยวหลัก อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเชิงโครงสร้าง จะพบว่าธุรกิจโรงแรมในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ยังคงมีความยืดหยุ่นสูงและสะท้อนศักยภาพการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
ในภาพรวมประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 33 ล้านคน ลดลง 7.23% จากปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากความไม่มั่นใจด้านความปลอดภัย การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ภัยธรรมชาติ และเงินบาทที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม รายได้รวมจากการท่องเที่ยวกลับลดลงเพียง 1.26% ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของตลาดสู่กลุ่ม “นักท่องเที่ยวคุณภาพ” ที่มีการใช้จ่ายต่อทริปสูงและพำนักยาวขึ้น
กรุงเทพฯ ยังคงเป็นประตูหลักของการท่องเที่ยวไทย โดยปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามากว่า 30.3 ล้านคน และได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดในโลก แม้การใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวันได้รับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลก แต่กรุงเทพฯ ยังสามารถรักษาฐานนักท่องเที่ยวจากยุโรปและอเมริกา ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและนิยมพักในโรงแรมระดับบนในย่าน CBD ได้
สำหรับโครงสร้างตลาดนักท่องเที่ยวในปีนี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ “มาเลเซีย” ก้าวขึ้นเป็นตลาดอันดับหนึ่ง ขณะที่อินเดียและรัสเซียเป็นไม่กี่ตลาดที่เติบโตสวนกระแส โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวอินเดียที่มีบทบาทเพิ่มขึ้นทั้งในกลุ่มครอบครัวและงานแต่งงานระดับหรู ส่วนตลาดยุโรปยังคงโดดเด่นในกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะยาวและดิจิทัลโนแมด (กลุ่มที่ทำงานผ่านระบบอินเทอร์เน็ต) ซึ่งเลือกกรุงเทพฯ เป็นฐานในการทำงานและเดินทางต่อ
โดยผลประกอบการของธุรกิจโรงแรมไทยตลอดปีสะท้อนรูปแบบ U-Shaped คือแข็งแกร่งในช่วงต้นปี ชะลอตัวในช่วงกลางปี และเริ่มฟื้นตัวในไตรมาสสุดท้าย ซึ่งแม้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยจะลดลงเล็กน้อย แต่โรงแรมระดับลักชัวรี่ในทำเล CBD ยังสามารถรักษาอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยได้ดี สะท้อนถึงอำนาจในการตั้งราคาของแบรนด์ที่แข็งแกร่งและทำเลที่เหนือกว่า ขณะที่โรงแรมระดับกลางและโรงแรมที่พึ่งพาตลาดกรุ๊ปทัวร์จะได้รับผลกระทบมากกว่าอย่างชัดเจน
เมื่อมองไปข้างหน้า ในช่วงปีนี้ไปจนถึงปี 2571 ภาครัฐได้ตั้งเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูง กลุ่ม MICE (สัมมนา/นิทรรศการ) การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ และการจัดอีเวนต์ระดับโลก ซึ่งล้วนส่งผลบวกโดยตรงต่อโรงแรมในย่าน CBD ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการเองก็เริ่มปรับกลยุทธ์สู่ความยั่งยืน การใช้เทคโนโลยี AI และ Data Analytics เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง
แม้ที่ผ่านมาเป็นปีแห่งความท้าทายของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย แต่กรุงเทพฯ โดยเฉพาะย่าน CBD ยังคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้าง โดยสิ่งสำคัญในระยะถัดไปคือการแข่งขันที่อาจรุนแรงมากขึ้นและภาวะอุปทานส่วนเกินในบางระดับราคา อย่างไรก็ตาม โรงแรมที่สามารถสร้างความแตกต่าง ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพ และปรับตัวตามเทรนด์โลกได้ จะยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว