สำรวจเทรนด์ Wellness Tourism วาระแห่งชาติประเทศไทย

ว่ากันว่าประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิง Wellness Tourism หรือ การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ นั่นก็เพราะว่าผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้น การท่องเที่ยวแบบนี้จึงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ต้องการทั้งการพักผ่อนและดูแลสุขภาพไปพร้อมกัน ทำให้ในปัจจุบัน Wellness Tourism เรียกได้ว่าเป็นเทรนด์ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มได้รับความนิยมมากขึ้นในอนาคต เพราะบางประเทศการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพค่อนข้างยาก ราคาสูง ขาดความเชี่ยวชาญ และคุณภาพการรักษาอาจยังไม่ดีเท่าที่ควร

ปัจจัยที่ดึงดูดและกลายเป็นจุดแข็งให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามารักษาพยาบาลในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องนั้น มาจากราคาค่ารักษาพยาบาลในประเทศไทยที่อยู่ในระดับที่แข่งขันได้ เมื่อเทียบกับคู่แข่งในภูมิภาคอย่างสิงคโปร์ที่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า โดยเฉพาะการศัลยกรรมความงามและการผ่าตัดมดลูก อีกทั้งบุคลากรทางการแพทย์ของไทยมีความเชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา มีบริการและสถานพยาบาลระดับสากล รวมถึงมีแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอยู่ในหลากหลายพื้นที่ ช่วยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวอยากเข้ามาพักผ่อนต่อเนื่อง

สอดรับกับข้อมูลจาก Global Wellness Institute (GWI) ที่คาดการณ์ว่าในปี 2568 ตลาด Wellness Tourism ทั่วโลกจะเติบโตประมาณร้อยละ 21 ต่อปี และมีมูลค่าธุรกิจ Wellness ทั่วโลกสูงถึง 7.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ โดย SCB EIC ได้วิเคราะห์แนวโน้ม Mega Trend ที่ส่งเสริมตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพว่ามีปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

  • การก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจสูงวัย (Silver Economy) ผลักดันให้ความต้องการด้านการรักษาพยาบาล รวมถึงความต้องการด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการชะลอวัยเพิ่มสูงขึ้น
  • การเติบโตของชนชั้นกลางและกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก หนุนความต้องการในการรับบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพมาตรฐานและได้รับความสะดวกสบายเพิ่มสูงขึ้น
  • แนวโน้มการเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-communicable diseases: NCD) เพิ่มขึ้นทั่วโลก เช่น โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคหัวใจ เกิดจากพฤติกรรมในการดำเนินชีวิต ทั้งการกินอาหาร การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การไม่ออกกำลังกาย หรือความเครียด ทำให้มีค่าใช้จ่ายด้านการแพทย์และการดูแลสุขภาพมากขึ้น
  • พฤติกรรมผู้บริโภคที่มีแนวโน้มใส่ใจสุขภาพมากขึ้นหลังวิกฤตโควิด-19 สนับสนุนให้การใช้บริการทางการแพทย์และสุขภาพเพิ่มขึ้น เช่น ตรวจร่างกาย กายภาพบำบัด และเวชศาสตร์ป้องกัน

จากข้อมูลดังกล่าว นับว่าประเทศไทยมีโอกาสได้ประโยชน์จากแนวโน้มของธุรกิจ Wellness Tourism ของโลกที่กำลังเติบโตโดดเด่น จากศักยภาพในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการทางการแพทย์ ส่งผลให้ภาครัฐฯ ได้กำหนดให้นโยบาย Medical and Wellness Tourism เป็นวาระแห่งชาติ และยังเป็น 1 ใน 12 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลให้การสนับสนุน ด้วยการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล การเปลี่ยนแปลงของโลก รวมถึงความต้องการของผู้รับบริการและ ผู้ให้บริการ เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต